วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในการเทรดหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในการเทรดหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เริ่มต้น
Mar 07, 2025
เทคนิคตั้ง Stop Loss และ Take Profit อย่างมืออาชีพ ลดความเสี่ยง เพิ่มกำไร เทรดหุ้นอย่างมั่นใจ และใช้เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ที่แม่นยำ

วิธีตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในการเทรดหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

 

การเทรดหุ้นไม่ใช่แค่การเลือกหุ้นที่ดี หรือมองเห็นโอกาสทำกำไรได้อย่างชัดเจนเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญที่นักเทรดทุกคนต้องให้ความสำคัญมากที่สุด คือ การควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ตัวเองรับได้ เพราะแม้จะมีการวิเคราะห์หุ้นที่แม่นยำเพียงใด ตลาดหุ้นก็ยังมีความผันผวนและคาดเดายากเสมอ นักเทรดหลายคนเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะได้กำไรแน่ๆ เมื่อเปิดออเดอร์ไปแล้วด้วยความมั่นใจเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับต้องผิดหวังกับผลลัพธ์ที่ตรงข้าม เพราะไม่ได้วางแผนการตั้งจุด Stop Loss และจุด Take Profit เอาไว้ให้ชัดเจนตั้งแต่แรก

การวางแผนกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) และจุดทำกำไร (Take Profit) ที่ดี เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง และล็อกเป้าหมายในการทำกำไรเอาไว้อย่างชัดเจน วันนี้เราจะมาดูอย่างละเอียดกันว่า เครื่องมือสองตัวนี้มีความสำคัญอย่างไร ช่วยให้ชีวิตนักเทรดหุ้นง่ายขึ้นได้อย่างไร และมีหลักการในการนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไรบ้าง

 


 

Stop Loss และ Take Profit คืออะไร และสำคัญยังไงต่อการเทรดหุ้น?

  • Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) คือการตั้งจุดที่หุ้นจะถูกขายออกไปอัตโนมัติ หากราคาหุ้นเคลื่อนไหวผิดจากที่คาดไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อหุ้นที่ 100 บาท และตั้ง Stop Loss ที่ 95 บาท เมื่อราคาลดลงมาถึงจุดนี้ หุ้นจะถูกขายออกทันทีเพื่อจำกัดการขาดทุน
  • Take Profit (จุดทำกำไร) คือจุดที่กำหนดไว้ให้ระบบขายหุ้นอัตโนมัติเมื่อราคาถึงเป้าหมายกำไรที่เราตั้งไว้ เช่น ซื้อหุ้นที่ 100 บาท ตั้ง Take Profit ไว้ที่ 110 บาท พอหุ้นวิ่งถึงราคานี้ หุ้นจะขายทำกำไรให้ทันทีโดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ

เครื่องมือทั้งสองช่วยให้นักเทรดหุ้นมีวินัย และเทรดอย่างเป็นระบบมากขึ้น ลดโอกาสเกิดการขาดทุนจากการเทรดด้วยอารมณ์หรือความลังเล

ข้อดีของการตั้ง Stop Loss และ Take Profit ในการเทรดหุ้น

    • ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่ผันผวนหนัก
    • ป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดจากอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง
    • เพิ่มวินัยในการเทรดหุ้นให้เป็นระบบชัดเจน
    • ช่วยรักษากำไรในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง

 


 

เทคนิคการตั้ง Stop Loss อย่างเหมาะสม

การตั้ง Stop Loss แบบมืออาชีพในการเทรดหุ้น ต้องพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • กำหนดจากเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง:

นักเทรดหุ้นมืออาชีพมักตั้งจุด Stop Loss ประมาณ 3-5% จากราคาที่เข้าซื้อหุ้น เช่น ซื้อหุ้น 100 บาท Stop Loss ที่ 97 บาท เป็นต้น

  • ตั้งจากแนวรับแนวต้านบนกราฟ:

แนวรับและแนวต้านคือจุดสำคัญที่นักเทรดหุ้นนิยมใช้ หากราคาหุ้นหลุดแนวรับสำคัญ นั่นอาจเป็นสัญญาณขายที่ดี

ตัวอย่าง:

คุณซื้อหุ้น ABC ที่ราคา 200 บาท โดยมีแนวรับสำคัญที่ 195 บาท คุณอาจตั้ง Stop Loss ไว้ที่ประมาณ 194-195 บาท หากราคาหุ้นหลุดจากจุดนี้ ระบบจะช่วยคุณจำกัดความเสียหายได้ทันที

 


 

เทคนิคการตั้ง Take Profit ให้ได้ผลจริง

  • กำหนดเป้าหมายกำไร (Risk-Reward Ratio):

นักเทรดหุ้นที่มีประสบการณ์จะตั้ง Take Profit โดยให้มีสัดส่วนกับความเสี่ยงอย่างน้อย 1 ต่อ 2 หรือ 1 ต่อ 3 เช่น ถ้าตั้ง Stop Loss ไว้ที่ขาดทุน 5 บาท อาจตั้ง Take Profit เพื่อกำไร 10 หรือ 15 บาท เป็นการสร้างความได้เปรียบในการเทรดหุ้นระยะยาว

  • ใช้แนวต้านสำคัญบนกราฟ:

แนวต้านคือจุดที่ราคาหุ้นเคยขึ้นไปแล้วไม่สามารถผ่านได้ การตั้ง Take Profit ที่ระดับแนวต้านสำคัญจะช่วยให้มีโอกาสขายหุ้นทำกำไรในจุดที่เหมาะสมมากขึ้น

  • แบ่งกำไรเป็นหลายจุด (Partial Profit-taking):

เช่น ซื้อหุ้นที่ 100 บาท อาจตั้ง Take Profit จุดแรกที่ 107 บาท และจุดที่สองที่ 115 บาท ช่วยให้คุณล็อกกำไรบางส่วนได้ก่อนและมีโอกาสทำกำไรสูงขึ้นอีกในอนาคต

ข้อผิดพลาดที่นักเทรดหุ้นมักทำเมื่อใช้ Stop Loss และ Take Profit

หลายคนที่เทรดหุ้นมักจะเคยทำผิดพลาดแบบนี้

  • ตั้ง Stop Loss ใกล้เกินไป จนถูกขายบ่อยเกินจำเป็น
  • เลื่อนจุด Stop Loss บ่อย เพราะกลัวขาดทุน จะทำให้คุณเสียวินัยในการเทรด
  • ตั้ง Take Profit สูงเกินไป จนไม่ได้ขายเมื่อหุ้นถึงจุดสูงสุดก่อนราคากลับลงมา

วิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือยึดมั่นในแผนที่วางไว้เสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจทุกครั้งที่เทรดหุ้น

เทรดเดอร์หลายคนเลือกที่จะไม่ใช่เครื่องมือ Stop Loss เนื่องจากมั่นใจในฝีมือและการวิเคราะ์กราฟของตนเอง และหลายครั้งเรื่องนี้ทำให้เกิดการขาดทุนไปจนถึงการล้างพอร์ตของเทรดเดอร์ได้ ใช้เครื่องมือ Stop Loss หลากหลายรูปแบบบน IUX ช่วยในการจัดการการเทรดของคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการการเปิดสัญญาซื้อขายอัตโนมัติ หรือตั้งจุดขาดทุน หรือแม้แต่การขยับจุด Stop Loss อัตโนมัติเมื่อกำไรพุ่งสูงขึ้น IUX พร้อมที่จะช่วยคุณก้าวไปอีกขั้นของการสร่้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า

สมัครเทรดกับ IUX ได้แล้ววันนี้ 

 


 

ตัวช่วยที่นักเทรดหุ้นต้องมีไว้ (Tools)

เครื่องมือช่วยวิเคราะห์ เช่น โปรแกรมกราฟหุ้นและแพลตฟอร์มการเทรดหุ้นต่างๆ เช่น TradingView, MetaTrader หรือแพลตฟอร์มที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ที่นักเทรดใช้งานอยู่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเทรดและกำหนดจุด Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องมือเหล่านี้มักจะมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวก เช่น การแสดงแนวรับ-แนวต้าน, การคำนวณอัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk-Reward Ratio), การแจ้งเตือนราคาหุ้นแบบเรียลไทม์ รวมถึงตัวชี้วัดเทคนิคต่างๆ เช่น RSI, MACD, และ Fibonacci Retracement ที่ช่วยให้นักเทรดสามารถตัดสินใจในการตั้งจุด Stop Loss และ Take Profit ได้อย่างเหมาะสมและมีเหตุผลมากขึ้น

การมีเครื่องมือที่เหมาะสมและรู้จักใช้งานอย่างคล่องแคล่ว จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการเทรดของคุณได้อย่างชัดเจน

 


 

สรุป

ในหนังสือ Trade Your Way to Financial Freedom โดย Van K. Tharp กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า นักเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวนั้น ไม่ใช่คนที่ทำนายตลาดได้แม่นยำทุกครั้ง แต่เป็นผู้ที่มีวินัยในการบริหารความเสี่ยงและควบคุมอารมณ์ในการเทรดอย่างเคร่งครัด

และนอนว่าการตั้งจุด Stop Loss ไว้ล่วงหน้าเสมอเพื่อจำกัดความเสียหายจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด และกำหนดจุด Take Profit อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกอารมณ์โลภหรือกลัวเข้าครอบงำ จนทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ล่วงหน้า เป็นวิธีช่วยให้พวกเขารักษาผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ในวันที่ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงก็ตาม

การตั้ง Stop Loss และ Take Profit คือหัวใจหลักในการจัดการความเสี่ยงสำหรับนักเทรดหุ้นที่ต้องการความสำเร็จอย่างยั่งยืน อย่าปล่อยให้ตลาดเป็นฝ่ายควบคุมเงินทุนของคุณ เริ่มต้นตั้งจุด Stop Loss และ Take Profit อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องเงินทุนและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในการเทรดหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

 

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน