การวิเคราะห์คริปโต: เทคนิค vs พื้นฐาน แบบไหนดีกว่ากัน?

การวิเคราะห์คริปโต: เทคนิค vs พื้นฐาน แบบไหนดีกว่ากัน?

ระดับกลาง
Mar 11, 2025
วิเคราะห์คริปโตด้วยเทคนิค vs. พื้นฐาน แบบไหนดีกว่ากัน? ค้นหาข้อดี-ข้อเสียของแต่ละแนวทางเพื่อเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะกับคุณ!

การวิเคราะห์คริปโต: เทคนิค vs พื้นฐาน แบบไหนดีกว่ากัน?

 

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความผันผวนสูง ทำให้นักลงทุนต้องอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น แต่ระหว่าง การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ซึ่งใช้กราฟและแนวโน้มราคาเป็นหลัก กับ การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) ที่พิจารณาปัจจัยทางเศรษฐกิจและศักยภาพของสินทรัพย์ แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน?

นักลงทุนบางกลุ่มเลือกใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อจับจังหวะซื้อขาย ในขณะที่บางกลุ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของเหรียญและโครงการที่อยู่เบื้องหลัง วันนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละแนวทาง เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตนเองมากที่สุด

 


 

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis): ใช้กราฟนำทางการลงทุน

การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดหุ้น ฟอเร็กซ์ และคริปโต โดยอาศัยการศึกษากราฟราคาและพฤติกรรมของตลาดในอดีต เพื่อคาดการณ์แนวโน้มราคาในอนาคต

หลักการสำคัญของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • ราคาสะท้อนทุกอย่างแล้ว

    • ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอารมณ์ตลาด ล้วนสะท้อนอยู่ในกราฟราคา ทำให้สามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อจับแนวโน้มของตลาดได้
  • ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

    • พฤติกรรมของนักลงทุนมักเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำให้การใช้รูปแบบกราฟและอินดิเคเตอร์สามารถช่วยระบุจุดเข้าออกของตลาดได้
  • ตลาดเคลื่อนที่ตามแนวโน้ม

    • ตลาดมีแนวโน้มที่ชัดเจน (Trend) ซึ่งอาจเป็นขาขึ้น ขาลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบ (Sideway) การวิเคราะห์แนวโน้มสามารถช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจซื้อหรือขายได้อย่างแม่นยำ

 


 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • แนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance) – ระบุจุดที่ราคามักกลับตัว
  • เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages - MA) – ใช้บอกแนวโน้มของตลาด
  • ดัชนี Relative Strength Index (RSI) – ใช้วัดแรงซื้อมากเกินไป (Overbought) หรือแรงขายมากเกินไป (Oversold)
  • รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) เช่น Head and Shoulders, Double Top, Double Bottom
  • Fibonacci Retracement – ใช้วิเคราะห์จุดกลับตัวของราคา

ข้อดีของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น – ช่วยจับจังหวะซื้อขายภายในวัน (Day Trading) หรือภายในไม่กี่สัปดาห์ (Swing Trading)
  • สามารถใช้ได้กับทุกตลาด – ไม่ว่าจะเป็นคริปโต หุ้น หรือฟอเร็กซ์
  • มีเครื่องมือที่หลากหลาย – เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง

ข้อเสียของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

  • อาจให้สัญญาณผิดพลาดได้ในช่วงที่ตลาดไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน
  • ไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ – ทำให้บางครั้งอาจเทรดบนพื้นฐานของความผันผวนระยะสั้นมากเกินไป 

 


 

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis): มองลึกถึงมูลค่าที่แท้จริง

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเป็นแนวทางที่ใช้กันมากในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งเน้นไปที่ การประเมินมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ เพื่อดูว่าสินทรัพย์นั้นมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวหรือไม่

หลักการสำคัญของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • ศึกษาโปรเจกต์ของคริปโต

    • วิเคราะห์ว่าเหรียญนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร แก้ปัญหาอะไร และมีแผนพัฒนาในอนาคตหรือไม่
  • ดูทีมผู้พัฒนาและพันธมิตร

    • โปรเจกต์ที่แข็งแกร่งมักมีทีมผู้พัฒนาที่มีประสบการณ์และมีพันธมิตรที่ดี
  • พิจารณา Tokenomics

    • ดูว่าระบบเศรษฐกิจของเหรียญเป็นอย่างไร เช่น อุปทานจำกัด (Bitcoin มีจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ) หรือ มีการเผาเหรียญ (Burning) เพื่อลดปริมาณเหรียญในระบบ
  • วิเคราะห์ความต้องการของตลาด

    • เหรียญที่ได้รับการยอมรับและถูกใช้งานจริงมักมีโอกาสเติบโตสูง

 


 

ตัวชี้วัดที่ใช้ในการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • Market Capitalization – มูลค่าตลาดของเหรียญ
  • Trading Volume – ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมง
  • Total Value Locked (TVL) – มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกล็อกไว้ในโปรเจกต์ DeFi
  • On-chain Metrics – ข้อมูลจากบล็อกเชน เช่น จำนวนผู้ถือเหรียญ, กิจกรรมของนักพัฒนา

ข้อดีของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • ช่วยให้เข้าใจมูลค่าที่แท้จริงของเหรียญ – ลดความเสี่ยงในการลงทุนกับเหรียญที่ไม่มีอนาคต
  • เหมาะกับการลงทุนระยะยาว – หากเลือกเหรียญที่มีพื้นฐานดี อาจให้ผลตอบแทนที่สูงในอนาคต
  • สามารถช่วยกรองเหรียญที่เป็น Scam หรือโครงการที่ไม่น่าเชื่อถือได้

ข้อเสียของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน

  • ไม่สามารถใช้จับจังหวะตลาดระยะสั้นได้
  • บางครั้งข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์อาจไม่น่าเชื่อถือ – โดยเฉพาะโปรเจกต์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีประวัติให้ศึกษา

 


 

เทคนิค vs พื้นฐาน แบบไหนดีกว่ากัน?

คำตอบคือ ไม่มีแนวทางไหนดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของนักลงทุนและสไตล์การเทรด

  • หากคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานจะช่วยให้คุณเลือกเหรียญที่มีศักยภาพในการเติบโต
  • หากคุณเป็นเทรดเดอร์ระยะสั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคจะช่วยให้คุณจับจังหวะเข้าออกตลาดได้ดีขึ้น
  • การใช้ทั้งสองแนวทางร่วมกัน อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เช่น ใช้ปัจจัยพื้นฐานเลือกเหรียญ และใช้เทคนิคจับจังหวะซื้อขาย

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายวิเคราะห์เทคนิค หรือปัจจัยพื้นฐาน IUX ตอบโจทย์ความต้องการทุกรูปแบบของการเทรด

ด้วยกราฟแบบเรียลไทม์ในทุกช่วงเวลา ตั้งแต่1 นาทีไปจนถึงกราฟรายสัปดาห์ ช่วยให้การตัดสินใจเปิดสัญญาซื้อขายของคุณง่ายยิ่งขึ้น

สมัครเทรดกับ IUX และรับโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินของคุณได้แล้ววันนี้

 


 

สรุป

การวิเคราะห์คริปโตสามารถทำได้ทั้งแบบเทคนิคและพื้นฐาน ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการใช้ข้อมูลแบบไหนเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของคุณ

  • การวิเคราะห์ทางเทคนิค เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการจับจังหวะตลาดระยะสั้น
  • การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการเลือกเหรียญที่มีศักยภาพ

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้แนวทางไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

แล้วคุณล่ะ ใช้แนวทางไหนในการวิเคราะห์คริปโต?

 

 

 

 

 

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน