กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่ต้องรู้ เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่ต้องรู้ เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

ผู้เริ่มต้น
Mar 07, 2025
เรียนรู้กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่ต้องรู้ เลือกให้เหมาะกับสไตล์การลงทุนของคุณ ไม่ว่าจะเป็น Day Trading, Swing Trading, หรือเทรดระยะยาว เพื่อเพิ่มโอกาสทำกำไรอย่างมั่นใจ

กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่ต้องรู้ เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

 

การ เทรดหุ้น โดยไม่มีแผนหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนก็เหมือนการเดินทางโดยไม่มีแผนที่ คุณอาจโชคดีในบางครั้ง แต่ในระยะยาว โอกาสที่จะพลาดหรือขาดทุนย่อมมีสูงขึ้น การตัดสินใจลงทุนโดยอาศัยความรู้สึกหรืออารมณ์เพียงอย่างเดียวอาจทำให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อของ ความกลัว (Fear) และ ความโลภ (Greed) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มักทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด เช่น การไล่ซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาพุ่งสูงเกินไปเพราะกลัวตกรถ (FOMO - Fear of Missing Out) หรือการขายหุ้นเร็วเกินไปเพราะตื่นตระหนกจากความผันผวนของตลาด

ในทางตรงกันข้าม การมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ในการเข้า-ออกตลาด และบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าตลาดจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง กลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมอารมณ์และลดโอกาสในการขาดทุนจากการตัดสินใจที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลได้

 


 

กลยุทธ์เทรดระยะสั้น (Day Trading) – ทำกำไรจากการเคลื่อนไหวรายวัน

เหมาะกับ: นักลงทุนที่ชอบความตื่นเต้น ต้องการกำไรเร็ว และพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาด

Day Trading เป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการซื้อขายหุ้นภายในวันเดียว โดยนักลงทุนจะพยายามทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น ไม่กี่ชั่วโมง หรือแม้กระทั่งไม่กี่นาที การ เทรดหุ้น ลักษณะนี้ต้องใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) อย่างเข้มข้น เช่น การอ่านกราฟแท่งเทียน เส้นแนวโน้ม และอินดิเคเตอร์ต่างๆ เช่น MACD, RSI หรือ Moving Averages

ข้อดี:

  • โอกาสทำกำไรจากความผันผวนของตลาดรายวัน
  • ไม่ต้องถือหุ้นข้ามคืน ลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้เวลาเฝ้าหน้าจอเกือบตลอดเวลา
  • มีความเสี่ยงสูง หากอ่านตลาดผิดพลาด

 


 

กลยุทธ์ Swing Trading – จับจังหวะตามรอบการขึ้น-ลงของหุ้น

เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากแนวโน้มระยะสั้นถึงกลาง โดยไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอดวัน

Swing Trading เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการถือหุ้นตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึงไม่กี่สัปดาห์ โดยนักลงทุนจะพยายามซื้อหุ้นเมื่อราคาย่อตัว และขายเมื่อราคากลับขึ้นสู่แนวต้าน โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น Fibonacci Retracement หรือ Bollinger Bands ในการจับจังหวะซื้อขาย

ข้อดี:

  • ไม่ต้องใช้เวลาติดตามตลาดทั้งวัน
  • สามารถทำกำไรได้จากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาสั้นๆ

ข้อเสีย:

  • ต้องมีความเข้าใจเรื่องแนวโน้มราคาและจุดกลับตัว
  • อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด

 

stock trading

 

 

กลยุทธ์ Position Trading – ถือหุ้นระยะยาวตามแนวโน้มใหญ่

เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการสร้างความมั่นคงในพอร์ต โดยเน้นแนวโน้มในระยะยาว

Position Trading ต่างจากการ เทรดหุ้น ระยะสั้นคือการถือหุ้นเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี โดยอาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เป็นหลัก เช่น การดูแนวโน้มเศรษฐกิจ ผลประกอบการของบริษัท และการเติบโตของอุตสาหกรรม นักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์นี้มักไม่กังวลกับความผันผวนระยะสั้น แต่จะให้ความสำคัญกับแนวโน้มระยะยาวเป็นหลัก

ข้อดี:

  • ลดความเครียดจากความผันผวนระยะสั้น
  • มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของบริษัท

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้ระยะเวลาในการเห็นผลตอบแทน
  • อาจพลาดโอกาสทำกำไรจากความผันผวนระยะสั้น

 


 

กลยุทธ์ Scalping – เทรดหุ้น แบบเร็ว ทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ของราคา

เหมาะกับ: นักลงทุนที่มีทักษะสูง ชอบการ เทรดหุ้น ที่รวดเร็ว และมีเวลาติดตามตลาด

Scalping เป็นกลยุทธ์ที่เน้นทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในช่วงเวลาสั้นมาก เช่น ภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที โดยนักลงทุนจะใช้ปริมาณการซื้อขายที่สูงเพื่อสะสมกำไรเล็กๆ น้อยๆ ให้รวมกันเป็นผลตอบแทนที่น่าพอใจ

ข้อดี:

  • มีโอกาสทำกำไรหลายครั้งต่อวัน
  • ลดโอกาสเผชิญกับความเสี่ยงจากข่าวที่ส่งผลกระทบต่อตลาด

ข้อเสีย:

  • ต้องใช้ความรวดเร็วในการตัดสินใจ
  • มีค่าใช้จ่ายในการซื้อขายสูง เนื่องจากต้องทำธุรกรรมบ่อย

 


 

กลยุทธ์เทรดตามแนวโน้ม (Trend Following) – ตามเทรนด์ไปสู่กำไร

เหมาะกับ: นักลงทุนที่ต้องการทำกำไรจากแนวโน้มระยะกลางถึงยาว และไม่ต้องการจับจังหวะตลาดบ่อย

Trend Following เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการ เทรดหุ้น ตามทิศทางของแนวโน้มหลัก โดยนักลงทุนจะเข้าซื้อเมื่อราคาหุ้นมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น และขายเมื่อแนวโน้มเปลี่ยนเป็นขาลง โดยใช้เครื่องมือทางเทคนิค เช่น Moving Averages หรือ Trend Lines เพื่อช่วยยืนยันทิศทางของแนวโน้ม

ข้อดี:

  • ไม่ต้องซื้อขายบ่อย ลดค่าใช้จ่ายในการ เทรดหุ้น
  • สามารถทำกำไรจากแนวโน้มใหญ่ของตลาดได้

ข้อเสีย:

  • อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นกำไร
  • อาจเกิดสัญญาณหลอก หากแนวโน้มเปลี่ยนแปลงกะทันหัน

หากคุณต้องการใช้กลยุทธ์ Trend Following อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกแพลตฟอร์มที่รองรับเครื่องมือทางเทคนิคและฟีเจอร์ที่แม่นยำก็เป็นสิ่งสำคัญ IUX นำเสนอเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น Moving Averages และ Trend Lines พร้อมสเปรดต่ำและไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง ช่วยให้คุณ เทรดหุ้น ได้อย่างมั่นใจและมีกำไรในทุกทิศทางของตลาด

ลองสมัครและเริ่มเทรดกับ IUX วันนี้!


 

เลือกกลยุทธ์ที่ใช่ให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ

ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะแต่ละกลยุทธ์ในการ เทรดหุ้น มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์ ความสามารถในการรับความเสี่ยง และเป้าหมายการลงทุนของคุณเอง

  • หากคุณต้องการทำกำไรเร็วและรับมือกับความผันผวนได้ Day Trading หรือ Scalping อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  • หากคุณต้องการถือหุ้นข้ามวันและมองหากำไรจากรอบของราคา Swing Trading อาจเป็นตัวเลือกที่ดี
  • หากคุณต้องการลงทุนแบบระยะยาว โดยเน้นแนวโน้มใหญ่ของตลาด Position Trading หรือ Trend Following อาจตอบโจทย์มากกว่า

การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของการใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนเสมอไป แต่อยู่ที่การเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเอง และยึดมั่นในวินัยการลงทุนที่ดี เมื่อคุณเข้าใจและเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตัวเองได้แล้ว โอกาสในการทำกำไรจากตลาดหุ้นก็จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม