เทรด CFD หรือ เทรดหุ้น แบบไหนดีกว่าสำหรับนักลงทุน?

เทรด CFD หรือ เทรดหุ้น แบบไหนดีกว่าสำหรับนักลงทุน?

ผู้เริ่มต้น
Mar 07, 2025
เปรียบเทียบการเทรด CFD และหุ้น เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การลงทุนของคุณ ศึกษาความแตกต่างด้านความเป็นเจ้าของ เลเวอเรจ และความเสี่ยง

เทรด CFD หรือ เทรดหุ้น: แบบไหนดีกว่าสำหรับนักลงทุน?

 

โลกของการลงทุนมีทางเลือกมากมาย และหนึ่งในคำถามที่นักลงทุนหลายคนมักสงสัยคือ "การเทรด CFD (Contract for Difference) และการเทรดหุ้น แตกต่างกันอย่างไร?" และ "แบบไหนดีกว่าสำหรับนักลงทุน?"

ทั้งสองแนวทางมีจุดเด่นและจุดด้อยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเหมาะกับนักลงทุนที่มีเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ต่างกันไป วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกข้อดี ข้อเสีย และความแตกต่างของการเทรดทั้งสองรูปแบบ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าอะไรเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

 


 

หุ้น: การลงทุนที่มีความมั่นคง และสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

stocks

 

หุ้นคืออะไร?

หุ้น (Stock) คือการถือครองกรรมสิทธิ์ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากคุณซื้อหุ้นของบริษัท คุณเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น และมีสิทธิได้รับเงินปันผล (หากบริษัทมีการจ่าย) รวมถึงสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ข้อดีของการเทรดหุ้น

  • เป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง

    • นักลงทุนที่ถือหุ้นจะมีกรรมสิทธิ์ในบริษัท และสามารถได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของธุรกิจ
  • เหมาะกับการลงทุนระยะยาว

    • หุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่งมักมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนสามารถสะสมความมั่งคั่งได้ในระยะยาว
  • ได้รับเงินปันผล

    • บริษัทบางแห่งจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นแหล่งรายได้เสริมที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน
  • ความเสี่ยงต่ำกว่าการเทรด CFD

    • การถือหุ้นส่วนใหญ่ไม่นิยมการใช้เลเวอเรจ (Leverage) จึงช่วยลดโอกาสสูญเสียเงินทุนอย่างรวดเร็ว

ข้อเสียของการเทรดหุ้น

  • ต้องใช้เงินทุนสูงกว่า

    • หากต้องการซื้อหุ้นของบริษัทใหญ่ เช่น Apple หรือ Tesla นักลงทุนต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งต่างจาก CFD ที่สามารถใช้เลเวอเรจได้
  • ทำกำไรจากขาลงได้ยาก

    • การทำกำไรจากหุ้นมักเกิดขึ้นเมื่อราคาปรับตัวขึ้น ในขณะที่การ Short Sell หุ้นมีข้อจำกัดมากกว่าการเทรด CFD
  • ตลาดหุ้นมีเวลาเปิด-ปิด

    • การซื้อขายหุ้นต้องทำภายในเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต่างจาก CFD ที่สามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงในบางตลาด

 


 

CFD: เก็งกำไรได้ทุกสภาวะตลาด แต่มีความเสี่ยงสูง

CFD คืออะไร?

CFD หรือ Contract for Difference เป็นสัญญาซื้อขายที่ให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ เช่น หุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ และคริปโต โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง

CFD

 

ข้อดีของการเทรด CFD

  • ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

    • CFD ให้นักลงทุนสามารถเปิดสถานะ Long หากคาดว่าราคาจะขึ้น และเปิดสถานะ Short หากคาดว่าราคาจะลง
  • ใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มกำไร

    • นักลงทุนสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าทุนที่มีจริง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร
  • ต้นทุนการซื้อขายต่ำกว่า

    • ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนหุ้น และบางแพลตฟอร์มไม่มีค่าคอมมิชชัน
  • เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น

    • CFD มักใช้สำหรับการซื้อขายระยะสั้น เช่น การเทรดรายวัน หรือการเก็งกำไรในตลาดที่มีความผันผวนสูง

 

หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มเทรด CFD ที่ใช้งานง่าย ปลอดภัย และคุ้มค่า — IUX คือคำตอบสำหรับคุณ
เทรด CFD ได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งฟอเร็กซ์ หุ้น ดัชนี คริปโต และสินทรัพย์อื่น ๆ พร้อมอัตราเลเวอเรจสูง ค่าสเปรดต่ำ ไม่มีค่าคอมมิชชัน

รองรับการใช้งานทั้งทั้งมือถือและเดสก์ท็อป

สมัครเทรดกับ IUX วันนี้ แล้วเริ่มต้นสร้างผลตอบแทนจากทุกจังหวะของตลาด

 

ข้อเสียของการเทรด CFD

  • ความเสี่ยงสูงเนื่องจากเลเวอเรจ

    • แม้เลเวอเรจจะช่วยเพิ่มกำไร แต่ก็สามารถทำให้ขาดทุนหนักได้หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์

    • นักเทรด CFD ไม่ได้ถือครองหุ้นจริง จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลหรือมีสิทธิออกเสียงในบริษัท
  • มีค่าธรรมเนียมถือสถานะข้ามคืน

    • หากนักเทรดถือสถานะ CFD ไว้ข้ามวัน อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียม Swap ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มเติม

 


 

CFD vs. หุ้น: เปรียบเทียบแบบชัดเจน

ความแตกต่างระหว่างการเทรดหุ้นและการเทรด CFD

  • การเป็นเจ้าของ

    • การเทรดหุ้น: นักลงทุน เป็นเจ้าของหุ้นจริง ของบริษัท
    • การเทรด CFD: เทรดเดอร์ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ เพียงแค่เก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคา
  • ระยะเวลาการลงทุน

    • การเทรดหุ้น: เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
    • การเทรด CFD: เหมาะกับการเทรดระยะสั้น ที่อาศัยความผันผวนของตลาด
  • เงินปันผล

    • การเทรดหุ้น: ได้รับเงินปันผล หากบริษัทมีการจ่าย
    • การเทรด CFD: ไม่มีเงินปันผล เพราะไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นจริง
  • การใช้เลเวอเรจ

    • การเทรดหุ้น: ไม่มีเลเวอเรจ ต้องซื้อหุ้นเต็มจำนวน
    • การเทรด CFD: สามารถใช้เลเวอเรจ เพื่อเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าทุนที่มีอยู่
  • การเก็งกำไรขาลง

    • การเทรดหุ้น: ทำได้ยาก มักต้องใช้การยืมหุ้นมาขาย
    • การเทรด CFD: ทำได้ง่าย สามารถเปิดสถานะขาย (Short) ได้ทันที
  • ต้นทุนการซื้อขาย

    • การเทรดหุ้น: อาจมีค่าธรรมเนียมโอนหุ้น ค่านายหน้า และภาษี
    • การเทรด CFD: ไม่มีค่าธรรมเนียมโอนหุ้น แต่มี ค่า Swap หากถือสถานะข้ามคืน
  • ความเสี่ยง

    • การเทรดหุ้น: ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ ขึ้นอยู่กับประเภทของหุ้น
    • การเทรด CFD: ความเสี่ยงสูง เนื่องจากเลเวอเรจสามารถขยายทั้งกำไรและขาดทุน

 

CFD

 

เทรด CFD หรือ เทรดหุ้น แบบไหนดีกว่า?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของนักลงทุน

  • หากต้องการลงทุนระยะยาว และต้องการถือครองสินทรัพย์จริง หุ้นอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
  • หากต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น และต้องการทำกำไรจากทั้งขาขึ้นและขาลง CFD อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

อีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือความเสี่ยงที่รับได้ การเทรด CFD ต้องใช้วินัยและความเข้าใจในตลาดสูง เพราะเลเวอเรจสามารถเพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ก็ทำให้ขาดทุนหนักได้เช่นกัน

 


 

สรุป

การเลือกเทรด CFD หรือหุ้นไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับสไตล์การลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในระยะยาวและต้องการถือสินทรัพย์จริง อาจพบว่าการเทรดหุ้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ขณะที่นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นและต้องการความยืดหยุ่น อาจใช้การเทรด CFD เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าคุณจะเลือกเทรดแบบใด การศึกษาและการบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะในโลกของการลงทุน การเข้าใจตลาดและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ

 

 

 

 

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน