เทรด CFD แบบใช้เลเวอเรจ เป็นโอกาสหรือความเสี่ยง?

เทรด CFD แบบใช้เลเวอเรจ เป็นโอกาสหรือความเสี่ยง?

ผู้เริ่มต้น
Mar 07, 2025
เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรในการเทรด CFD แต่ก็มาพร้อมความเสี่ยงสูง เรียนรู้วิธีใช้เลเวอเรจอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

CFD กับเลเวอเรจ: โอกาสหรือความเสี่ยง?

 

CFD (Contract for Difference) เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่นักลงทุน เนื่องจากช่วยให้สามารถเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์จริง และหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้ CFD น่าสนใจคือ เลเวอเรจ (Leverage) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเทรดสามารถใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่ามูลค่าของสินทรัพย์ที่ต้องการเทรด แต่ได้กำไรหรือขาดทุนตามมูลค่าเต็มของสัญญา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเลเวอเรจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่มันก็เป็นดาบสองคมที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงสูงได้ หากนักลงทุนไม่เข้าใจกลไกของมันอย่างถ่องแท้

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับ CFD และเลเวอเรจในเชิงลึก พร้อมวิเคราะห์ว่ามันเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุน หรือเป็นความเสี่ยงที่ควรระวัง?

 


 

CFD คืออะไร และทำไมถึงต้องใช้เลเวอเรจ?

CFD , Leverage

 

CFD หรือ สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารทางการเงินที่ให้นักลงทุนสามารถเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์นั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น ดัชนี ฟอเร็กซ์ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือคริปโต

เลเวอเรจเป็นหนึ่งในคุณสมบัติหลักของ CFD ซึ่งช่วยให้สามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่ามากกว่าทุนที่มีอยู่จริง ตัวอย่างเช่น หากโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจ 1:10 นั่นหมายความว่านักเทรดสามารถเปิดสัญญาซื้อขายมูลค่า 100,000 บาทได้ด้วยเงินเพียง 10,000 บาท

เลเวอเรจช่วยให้ผู้ที่มีเงินทุนจำกัดสามารถเข้าถึงโอกาสการลงทุนได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สามารถทำให้เกิดการขาดทุนที่สูงกว่าทุนที่มีอยู่จริงได้เช่นกัน

 


 

เลเวอเรจทำงานอย่างไร?

เลเวอเรจช่วยให้คุณสามารถควบคุมสถานะที่ใหญ่ขึ้นได้โดยใช้เงินทุนเพียงบางส่วน ซึ่งมักเรียกกันว่า "Margin" หรือเงินประกันที่ต้องใช้ในการเปิดสถานะ

ตัวอย่างการใช้เลเวอเรจ:

  • สมมติว่าคุณมีเงินทุน 10,000 บาท และต้องการซื้อหุ้น CFD ที่มีมูลค่า 100,000 บาท
  • หากโบรกเกอร์ให้เลเวอเรจ 1:10 คุณสามารถใช้เงินเพียง 10,000 บาทเป็นมาร์จิ้นเพื่อเปิดสถานะได้
  • หากราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 5% คุณจะได้กำไร 5,000 บาท ซึ่งเป็นผลตอบแทน 50% จากเงินทุนของคุณ
  • แต่หากราคาหุ้นลดลง 5% คุณจะขาดทุน 5,000 บาท ซึ่งหมายความว่าคุณเสียไปครึ่งหนึ่งของเงินทุน

ในกรณีที่ตลาดเคลื่อนไหวสวนทางมากเกินไป คุณอาจได้รับ Margin Call หรือแม้กระทั่งถูกบังคับปิดสัญญาซื้อขาย (Forced Liquidation) ซึ่งเป็นจุดที่โบรกเกอร์ปิดสถานะของคุณอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดทุนเกินกว่าทุนที่มี

 

CFD profit Leverage

 

เลเวอเรจคือโอกาสสำหรับนักลงทุนใช่ไหม?

เลเวอเรจมีข้อดีหลายประการที่ทำให้มันเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจสำหรับนักเทรด

  • เพิ่มโอกาสทำกำไร

เลเวอเรจช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำกำไรที่มากขึ้นโดยใช้เงินลงทุนน้อยกว่า

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงิน 10,000 บาท และใช้เลเวอเรจ 1:10 คุณสามารถเปิดสถานะมูลค่า 100,000 บาท หากสินทรัพย์ที่คุณลงทุนปรับตัวขึ้นเพียง 2% คุณก็จะได้กำไร 2,000 บาท ซึ่งเป็นผลตอบแทน 20% จากเงินทุนของคุณ

  • เข้าถึงตลาดการเงินที่กว้างขึ้น

เลเวอเรจช่วยให้นักลงทุนสามารถซื้อขายสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นได้ เช่น หุ้นของบริษัทระดับโลก ดัชนีตลาด หรือแม้แต่ทองคำและน้ำมัน โดยไม่ต้องใช้เงินทุนเต็มจำนวน

  • เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น

นักเทรดระยะสั้น (Day Traders) และนักเทรดที่ใช้กลยุทธ์ Scalping มักใช้เลเวอเรจเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาสั้น ๆ

IUX เปิดโอกาสให้คุณใช้เลเวอเรจอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยแพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัยและใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเทรดที่เน้นการเก็งกำไรในระยะสั้น หรือผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนระยะยาว เราพร้อมสนับสนุนทุกความต้องการของคุณ สมัครเทรดกับ IUX ได้แล้ววันนี้

 


 

ความเสี่ยงที่ต้องระวังในการใช้ Leverage ในการเทรด CFD

แม้ว่าเลเวอเรจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงของการขาดทุนได้เช่นกัน

  • ขาดทุนมากกว่าทุนที่มีอยู่จริง

เนื่องจากเลเวอเรจช่วยให้คุณเปิดสถานะที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หากราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวสวนทางกับการคาดการณ์ของคุณ การขาดทุนก็จะมากกว่าการลงทุนแบบปกติ

ตัวอย่างเช่น หากคุณใช้เลเวอเรจ 1:10 และราคาสินทรัพย์ลดลง 10% คุณจะสูญเสียเงินทุนทั้งหมด

  • Margin Call และ Forced Liquidation

หากมูลค่าพอร์ตของคุณลดลงต่ำกว่าหลักประกันที่ต้องใช้ โบรกเกอร์อาจแจ้ง Margin Call ซึ่งเป็นการเรียกให้คุณเติมเงินเข้าพอร์ตเพื่อรักษาสถานะ หากคุณไม่สามารถเติมเงินได้ โบรกเกอร์อาจทำการปิดสัญญาอัตโนมัติ (Forced Liquidation) ซึ่งทำให้คุณสูญเสียเงินทุนที่มีอยู่

  • ความผันผวนของตลาด

CFD เป็นตลาดที่มีความผันผวนสูง และการใช้เลเวอเรจจะทำให้ทุกการเปลี่ยนแปลงของราคามีผลกระทบที่รุนแรงขึ้น นักลงทุนที่ไม่มีการบริหารความเสี่ยงอาจสูญเสียเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว

 


 

บริหารความเสี่ยงในการใช้เลเวอเรจอย่างไร?

leverage CFD

 

เพื่อให้สามารถใช้เลเวอเรจได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเทรดควรมีแผนการบริหารความเสี่ยงที่ดี

  • ใช้เลเวอเรจในระดับที่เหมาะสม

    • นักลงทุนมือใหม่ควรใช้เลเวอเรจในระดับต่ำ เช่น 1:5 หรือ 1:10
    • นักเทรดมืออาชีพอาจใช้เลเวอเรจที่สูงขึ้นแต่ไม่ควรเกิน 1000-3000 และต้องมีแผนบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน
  • ตั้ง Stop Loss เสมอ

    • การตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ช่วยให้คุณสามารถจำกัดความเสี่ยงได้ หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง
  • อย่าใช้เงินทั้งหมดในสถานะเดียว

    • การกระจายความเสี่ยงโดยการเปิดหลายสถานะแทนการลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์เดียว ช่วยลดโอกาสการสูญเสีย
  • ติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ตลาด

    • ตลาดการเงินได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลาง รายงานเศรษฐกิจ และเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง

 


 

สรุป: เลเวอเรจเป็นโอกาสหรือความเสี่ยง?

เลเวอเรจเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไร แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ หากใช้เลเวอเรจด้วยวินัยและมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี มันสามารถเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทน แต่หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง อาจนำไปสู่การสูญเสียเงินทุนเร็วกว่าที่คาดคิด

สำหรับการเทรด CFD เลเวอเรจเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้นักเทรดสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าทุนที่มีอยู่จริง แต่ก็ต้องตระหนักว่าการใช้เลเวอเรจในตลาด CFD อาจเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่มีการวางแผนและตั้งค่าการจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม นักลงทุนจึงควรเรียนรู้และเข้าใจกลไกของเลเวอเรจก่อนตัดสินใจใช้ในกลยุทธ์การเทรด

 

 

 

 

 

หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับการศึกษาในเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน